ประกาศ: มีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อและโลโก้ C & S Assist ชวนร่วมธุรกิจบน TikTok และให้โอนเงิน บริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และกำลังดำเนินคดีตามกฎหมาย

หน้าจอข้อมูลร้านที่ยอดขายนิ่ง แว่นขยายส่องเจอกลุ่มผู้ซื้อซ้ำ

วิเคราะห์ยอดขาย Shopee ด้วยข้อมูลจาก API: Case Study ร้านของเล่นนำเข้า จากยอดนิ่งสู่แผนให้ร้านโต

สรุปสั้น: การวิเคราะห์ยอดขาย Shopee ส่วนใหญ่เริ่มจาก Business Insights ใน Seller Centre ซึ่งดูภาพรวมได้ดี แต่ถ้าอยากรู้ว่าใครซื้อซ้ำ ยอดยกเลิกมาจากไหน หรือค่าโฆษณาคุ้มไหมหลังหักยอดยกเลิก ต้องรวมข้อมูลเอง ร้านของเล่นนำเข้ารายนี้ยอดนิ่งมา 13 เดือน เราดึงข้อมูลผ่าน Shopee Open API มาทำ Dashboard ของร้าน แล้วพบว่า 81% ของผู้ซื้อซื้อครั้งเดียว แต่คนที่กลับมาซื้อซ้ำสร้างยอดถึง 46% ข้อมูลนี้เปลี่ยนคำถามจาก “ยิงแอดเพิ่มไหม” เป็น “ทำยังไงให้คนกลับมาซื้อ และสร้างความต้องการนอก Shopee”

วิเคราะห์ยอดขาย Shopee ดูจากอะไรได้บ้าง

Business Insights ใน Seller Centre

เครื่องมือที่ร้านส่วนใหญ่ใช้คือ Business Insights ซึ่งดูยอดขาย จำนวนออเดอร์ อัตราการซื้อ ยอดขายเฉลี่ยต่อออเดอร์ ยอดเข้าชม ที่มาของการเข้าชม และอันดับสินค้าในร้านได้ ตามช่วงเวลาที่เลือก เหมาะกับการเช็กว่าวันนี้หรือเดือนนี้ร้านเป็นยังไง

ดึงข้อมูลผ่าน Shopee Open API ต่างกันยังไง

Shopee เปิด Open Platform ให้แอปที่ร้านอนุญาตอ่านข้อมูลของร้านได้ เช่น ออเดอร์ สินค้า และโปรโมชัน เมื่อเก็บข้อมูลเหล่านี้ไว้เองทุกวัน เราจะตั้งคำถามแบบที่หน้ารายงานสำเร็จรูปไม่ได้ออกแบบมาให้ตอบได้ เช่น ผู้ซื้อคนนี้เคยซื้อกี่ครั้งในรอบปี หรือออเดอร์ที่ถูกยกเลิกเป็นสินค้าอะไร จ่ายเงินแบบไหน

เรื่อง Business Insights Dashboard จากข้อมูล API
เหมาะกับ ดูภาพรวมร้านรายวัน รายเดือน ตอบคำถามเฉพาะของธุรกิจ
มุมมองลูกค้า ภาพรวมของช่วงเวลาที่เลือก ย้อนดูผู้ซื้อแต่ละคนข้ามเดือนข้ามปี
ยอดยกเลิก ดูได้เป็นรายการ แยกตามสินค้า วิธีจ่ายเงิน และผู้ซื้อ
ค่าโฆษณา ดูในหน้าโฆษณาแยกต่างหาก เทียบกับยอดหลังหักยกเลิกและคืนเงิน
โปรโมชัน ดูผลรายแคมเปญ เก็บประวัติโปรทุกเดือน เทียบกันได้
ต้องทำเพิ่ม ไม่ต้อง ต้องมีคนตั้งระบบและดูแล

Business Insights ไม่ได้ผิดอะไร แต่ตอบคำถามคนละแบบ ถ้าร้านอยากรู้แค่ภาพรวม ใช้ของ Shopee ก็พอ ถ้าอยากรู้ว่าทำไมยอดไม่โต ต้องดูลึกกว่านั้น

โจทย์ของลูกค้า: ยอดขายนิ่งมา 13 เดือน

เกี่ยวกับร้าน

ลูกค้ารายนี้เป็นตัวแทนจำหน่ายแบรนด์ของเล่นนำเข้าแต่เพียงผู้เดียวในไทย ขายออนไลน์ผ่าน Shopee เป็นหลัก มีทั้งของเล่นสะสมสำหรับเด็กเล็กและของเล่นแนวแอ็กชันสำหรับเด็กโต เราดูแลร้านนี้มานาน แต่ก่อนเดือนกันยายน 2026 งานของเรามีแค่การยิงโฆษณาใน Shopee

ยอดไม่ได้ตก แต่ไม่โต

ตลอด 13 เดือน ยอดขายอยู่ระหว่างราว 2.7 ถึง 4.6 แสนบาทต่อเดือน เฉลี่ยราว 3.7 แสนบาท ขึ้นลงตามช่วงแคมเปญของ Shopee แต่ไม่มีเดือนไหนที่ขยับขึ้นแล้วอยู่ต่อได้ การยิงแอดอย่างเดียวช่วยให้ยอดไม่ตก แต่ตอบไม่ได้ว่าจะโตต่อยังไง

เราสร้าง Dashboard จาก Shopee API ยังไง

หน้าจอ Dashboard ร้าน Shopee ที่ดึงข้อมูลผ่าน API แสดงยอดขาย ออเดอร์ และค่าโฆษณา เบลอตัวเลขแล้ว

1. ร้านอนุญาตให้แอปอ่านข้อมูล

ร้านกดอนุญาตผ่าน Shopee Open Platform ให้แอปของเราอ่านข้อมูลร้านได้ ข้อมูลยังเป็นของร้าน และร้านยกเลิกสิทธิ์ได้ทุกเมื่อ

2. ซิงก์ข้อมูลทุกวัน

ระบบดึงออเดอร์ สินค้า โปรโมชัน และยอดเข้าชมทุกวัน เก็บไว้ในฐานข้อมูลของร้าน ย้อนหลังได้มากกว่าที่หน้ารายงานแสดงในครั้งเดียว

3. เสริมข้อมูลโฆษณาด้วยไฟล์รายงาน

ข้อมูลโฆษณารายแคมเปญที่ API ให้มายังไม่ครบ เราจึงนำเข้าไฟล์รายงานโฆษณาจาก Seller Centre มาเสริม ทำให้เห็นผลรายแคมเปญ รายสินค้า และรายคำค้นในที่เดียวกับยอดขาย

4. ทีมของร้านเข้าดูได้เอง

Dashboard อยู่บนหน้าเว็บที่ต้องล็อกอิน ทีมของร้านเปิดดูยอดวันนี้ เทียบเมื่อวาน ดูประวัติโปร และวางโปรรอบถัดไปได้จากที่เดียว

5 เรื่องที่ข้อมูลบอกเรา

1. 81% ซื้อครั้งเดียว แต่คนซื้อซ้ำสร้างยอด 46%

ผู้ซื้อ 81% ซื้อครั้งเดียว แต่ผู้ซื้อซ้ำ 19% สร้างยอดขาย 46% และซื้อเฉลี่ยมากกว่าราว 3.7 เท่า

จากผู้ซื้อราว 2,000 คนในรอบ 13 เดือน 81% ซื้อครั้งเดียว ส่วนคนที่กลับมาซื้อซ้ำมีราว 380 คน แต่สร้างยอดขายถึง 46% ของทั้งร้าน และซื้อเฉลี่ยคนละราว 5,900 บาท มากกว่าคนที่ซื้อครั้งเดียวราว 3.7 เท่า

ที่น่าสนใจคือ ยอดขายแต่ละเดือนราว 75 ถึง 80% มาจากผู้ซื้อใหม่ แปลว่าร้านต้องหาคนใหม่มาแทนทุกเดือน ยอดจึงไม่สะสม

2. ยอดยกเลิกขึ้นจาก 19% เป็น 29% และมาจากสินค้ากลุ่มเดียว

ในเดือนตุลาคม ยอดยกเลิกเพิ่มขึ้นชัดเจน เมื่อแยกดูพบว่าเกือบทั้งหมดมาจากสินค้าราคาถูกกลุ่มเดียว ทั้งสั่งแล้วไม่จ่ายเงินผ่าน QR และเก็บเงินปลายทางแล้วปฏิเสธรับ บางคนสั่งซ้ำหลายครั้ง

ข้อมูลนี้ทำให้รู้ว่าไม่ควรดันสินค้ากลุ่มนี้ด้วยโฆษณาราคาถูก และแนะนำทีมร้านว่าไม่ควรกดยกเลิกเองด้วยเหตุผล “สินค้าหมด” เมื่อเจอผู้ซื้อที่น่าสงสัย เพราะการยกเลิกฝั่งร้านกระทบคะแนนร้าน

3. “ยอดขาย” ใน Seller Centre ไม่ใช่เงินที่ผู้ซื้อจ่ายจริง

ยอดขายที่ Seller Centre แสดงรวมส่วนลดที่ Shopee ออกให้ผู้ซื้อด้วย ในเดือนตุลาคม ตัวเลขนี้ต่างจากยอดที่ผู้ซื้อจ่ายจริงราว 8 หมื่นบาท ก่อนตั้งเป้า เราจึงตกลงกับลูกค้าก่อนว่าเป้าใช้ตัวเลขไหน และรายงานยอดหลังหักยกเลิกแยกไว้ด้วย

4. ค่าโฆษณาต้องเทียบกับยอดที่เหลือจริง และวางงบตามวัน

เมื่อเทียบค่าโฆษณากับยอดหลังหักยกเลิกและคืนเงิน เดือนตุลาคมค่าโฆษณาอยู่ที่ราว 12% ของยอด และเมื่อดูยอดรายวันพบว่า วันแคมเปญใหญ่ของ Shopee ให้ยอดต่องบที่เพิ่มขึ้นดีกว่าวันปกติหลายเท่า เราจึงวางงบให้สูงในวันที่คนพร้อมซื้อ แทนการเพิ่มงบเท่ากันทุกวัน

5. ชุดสินค้า 3 ชิ้นแทบไม่มีคนซื้อ แต่ชุด “เลือกได้ทั้งหมวด” ขายได้

ชุดที่ร้านจับสินค้า 3 ชิ้นตามธีมแทบไม่มีออเดอร์ แต่ชุดส่วนลดที่ให้ผู้ซื้อเลือกสินค้าได้ทั้งหมวดขายได้ต่อเนื่อง ผู้ซื้อของเล่นสะสมอยากเลือกเอง มากกว่าซื้อชุดที่ร้านเลือกให้

ผลลัพธ์หลังเริ่มปรับจริงจังในเดือนกันยายน

หัวข้อ ก่อนกันยายน 2026 ตั้งแต่กันยายน 2026
ขอบเขตงาน ยิงโฆษณาใน Shopee ข้อมูล + โปรโมชัน + โฆษณา + วางแผนการเติบโต
ข้อมูลที่ใช้ตัดสิน หน้ารายงานของ Shopee Dashboard ของร้าน ย้อนหลัง 13 เดือน
การวางงบโฆษณา งบเท่ากันทุกวัน วางตามวันและเทียบกับยอดหลังหักยกเลิก
ยอดขายต่อเดือน เฉลี่ยราว 3.7 แสนบาท ตุลาคมราว 4.4 แสนบาท ถึงเป้า 4.2 แสน

เดือนตุลาคมทำได้ตามเป้า และสูงกว่าค่าเฉลี่ย 13 เดือนราว 18% เดือนนี้มีทั้งโปรโมชัน วันแคมเปญ และการปรับงบโฆษณารวมกัน เราจึงไม่ยกเครดิตให้ Dashboard อย่างเดียว สิ่งที่ Dashboard ทำคือทำให้ทุกการตัดสินใจในเดือนนี้มีข้อมูลรองรับ

คำถามที่เปลี่ยนไป

คำถามเดิม คำถามใหม่ที่ข้อมูลทำให้ถาม
ยิงแอดเพิ่มดีไหม วันไหนที่เพิ่มงบแล้วคุ้ม
ทำโปรอะไรดี ชุดแบบไหนที่คนซื้อจริง
ทำไมยอดไม่โต ทำไมคนซื้อครั้งแรกแล้วไม่กลับมา
ยอดยกเลิกเยอะ ทำยังไง ยกเลิกจากสินค้าไหน วิธีจ่ายแบบไหน

จากข้อมูล สู่แผนให้ร้านโตกว่าเดิม

ข้อมูลบอกปัญหาที่ใหญ่กว่าการตั้งโฆษณา ร้านนี้เป็นตัวแทนแต่เพียงผู้เดียว แต่ยอดขายพึ่งความต้องการที่ Shopee ส่งมาให้ในแต่ละวันเท่านั้น ร้านยังไม่ได้สร้างความต้องการนอก Shopee และยังไม่ได้เก็บผู้ซื้อที่ได้มา แผนที่เราเสนอจึงเริ่มจากการเปลี่ยนบทบาท

ทำตัวเป็นเจ้าของแบรนด์ ไม่ใช่แค่ร้านค้า

เมื่อเป็นตัวแทนแต่เพียงผู้เดียว ไม่มีใครเล่าเรื่องแบรนด์นี้ในไทยได้ดีกว่าร้านเอง แผนจึงเน้นการทำให้คนรู้จักและอยากได้สินค้า ก่อนที่เขาจะเข้ามาค้นใน Shopee

สร้างความต้องการนอก Shopee ด้วยครีเอเตอร์

ร้านไม่มีทีมคอนเทนต์ เราจึงเสนอให้ครีเอเตอร์และ KOL ที่ผู้ปกครองและนักสะสมติดตามอยู่แล้วเป็นคนเล่าเรื่อง ผ่านโปรแกรม Affiliate แทนการจ้างทีมคอนเทนต์ประจำ แล้วค่อยต่อยอดไป TikTok Shop พร้อมครีเอเตอร์ในช่วงต้นปี 2027

ทำให้ชิ้นแรกเป็นจุดเริ่มของการสะสม

ผู้ซื้อซ้ำมีมูลค่ามากกว่าหลายเท่า แผนจึงใส่ใบแทรกในกล่องพาผู้ซื้อเข้า LINE OA ของร้าน แล้วส่งข้อเสนอสำหรับชิ้นที่สอง ทำให้คนที่ซื้อครั้งแรกมีเหตุผลที่จะกลับมา

ใช้ช่วงของขวัญให้เต็มที่

พฤศจิกายนถึงมกราคมมีทั้ง 11.11, 12.12, คริสต์มาส และวันเด็ก ซึ่งเป็นช่วงที่คนซื้อของเล่นเป็นของขวัญมากที่สุด แผนวางโปร งบโฆษณา และการปล่อยคอนเทนต์ของครีเอเตอร์ให้ตรงกับช่วงนี้

สิ่งที่เราเลือกไม่ทำ

  • ไม่ลดราคาทั้งร้านให้ลึกขึ้น เพราะดึงคนซื้อครั้งเดียวมาเพิ่ม แต่ไม่แก้เรื่องการกลับมาซื้อ
  • ไม่เปิดช่องทางขายใหม่ทุกช่องทางพร้อมกัน ทำ Shopee ให้แข็งก่อน แล้วค่อยขยาย
  • ไม่ดันสินค้าราคาถูกที่ยอดยกเลิกสูงด้วยโฆษณา

สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเคสนี้

เคสนี้เปิดประสบการณ์ให้เรามาก การดึงข้อมูลผ่าน API ทำให้เราตั้งคำถามเองได้ ไม่ต้องรอว่าหน้ารายงานจะมีให้ดูหรือเปล่า และเห็น insight ที่ไม่เคยเห็นจากหน้ารายงานสำเร็จรูป

เราเข้าใจว่าร้านของแบรนด์ใหญ่บางร้านทำแบบนี้อยู่แล้ว แต่ร้านขนาดกลางส่วนใหญ่ยังตัดสินใจจากหน้ารายงานของแพลตฟอร์ม สิ่งที่ข้อมูลให้เรา ไม่ใช่แค่การตัดสินใจที่เร็วขึ้น แต่เป็นการตัดสินใจที่ตรงจุดขึ้น และรู้ว่าควรลงแรงตรงไหนก่อน

ร้านแบบไหนควรเริ่มดึงข้อมูลเอง

  • มีลูกค้าซื้อซ้ำได้ เช่น ของสะสม ของใช้ที่ต้องซื้อใหม่ สินค้าที่มีหลายรุ่นต่อเนื่อง
  • ยิงโฆษณาใน Shopee ทุกวัน และอยากรู้ว่างบวันไหนคุ้ม
  • ยอดขายนิ่งมาหลายเดือน และไม่แน่ใจว่าปัญหาอยู่ที่คนเข้าร้าน การซื้อ หรือการกลับมาซื้อ
  • ทำโปรโมชันบ่อย และอยากเทียบผลโปรแต่ละรอบ

ถ้าร้านเพิ่งเริ่ม หรือยอดขายยังน้อย Business Insights ของ Shopee เพียงพอ ควรเริ่มจากตรงนั้นก่อน

คำถามที่พบบ่อย

วิเคราะห์ยอดขาย Shopee เริ่มจากตรงไหน

เริ่มจาก Business Insights ใน Seller Centre ดูยอดขาย ออเดอร์ อัตราการซื้อ และที่มาของการเข้าชม เมื่อเห็นภาพรวมแล้ว ค่อยตั้งคำถามที่ลึกขึ้น เช่น ลูกค้ากลับมาซื้อไหม ยอดยกเลิกมาจากไหน และค่าโฆษณาคุ้มไหมหลังหักยอดยกเลิก

Shopee Open API คืออะไร

คือช่องทางที่ Shopee เปิดให้แอปที่ร้านอนุญาต อ่านข้อมูลร้านได้ เช่น ออเดอร์ สินค้า และโปรโมชัน ต้องมีคนพัฒนาแอปและลงทะเบียนกับ Shopee Open Platform ส่วนร้านแค่กดอนุญาตและยกเลิกสิทธิ์ได้เอง

Business Insights พอไหม หรือต้องทำ Dashboard เอง

ถ้าต้องการดูภาพรวมร้าน Business Insights พอ ถ้าต้องการดูผู้ซื้อแต่ละคนย้อนหลังข้ามปี แยกยอดยกเลิกตามสินค้าและวิธีจ่าย หรือรวมข้อมูลโฆษณาเข้ากับยอดขาย การทำ Dashboard ของร้านเองจะตอบได้ตรงกว่า

ยอดยกเลิกใน Shopee สูง ควรทำยังไง

แยกดูก่อนว่ายอดยกเลิกมาจากสินค้าไหน วิธีจ่ายเงินแบบไหน และผู้ซื้อกลุ่มไหน ในเคสนี้ยอดยกเลิกส่วนใหญ่มาจากสินค้าราคาถูกกลุ่มเดียว จึงแก้ที่การไม่ดันสินค้ากลุ่มนั้นด้วยโฆษณา และหลีกเลี่ยงการกดยกเลิกฝั่งร้าน

ดูยังไงว่าค่าโฆษณา Shopee คุ้มไหม

เทียบค่าโฆษณากับยอดขายหลังหักยกเลิกและคืนเงิน ไม่ใช่ยอดขายที่แสดงในหน้าโฆษณาอย่างเดียว และดูแยกรายวัน เพราะวันแคมเปญใหญ่กับวันปกติให้ผลต่องบต่างกันมาก

สรุป

การวิเคราะห์ยอดขาย Shopee ที่ดี ไม่ได้จบที่การรู้ว่าเดือนนี้ขายได้เท่าไร แต่ต้องตอบได้ว่าทำไมยอดเป็นแบบนี้ และควรลงแรงตรงไหนต่อ ในเคสนี้ ข้อมูลผ่าน API ทำให้เห็นว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่โฆษณาไม่พอ แต่อยู่ที่ร้านยังไม่ได้สร้างความต้องการนอก Shopee และยังไม่ได้เก็บลูกค้าที่ซื้อแล้ว

ถ้าร้านของคุณยอดนิ่งมาหลายเดือน และอยากรู้ว่าควรเริ่มแก้ตรงไหน ลองเริ่มจากการวินิจฉัยธุรกิจ หรือดูบริการโฆษณาสำหรับร้านค้าออนไลน์ ของเรา และอ่านอีกเคสที่เราติดตามลูกค้าจากโฆษณาจนถึงยอดขายได้ที่ Case Study Offline Conversion

Facebook
Email